เปิดตำนานฟุตบอลโลก : เม็กซิโก 1970

หลังเสร็จสิ้นฟุตบอลโลก 1966 ที่ อังกฤษ คว้าแชมป์โลกบนแผ่นดินตัวเอง ดูเหมือนว่าฟุตบอลจะกลายเป็นกีฬาที่ฮอตฮิตไปทั่วทุกย่อมหญ้า ซึ่ง สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ หรือ ฟีฟ่า ก็เล็งเห็นถึงจุดนั้น ก่อนจะลงมติให้ เม็กซิโก สวมบทเจ้าภาพในปี 1970

นั่นทำให้ฟุตบอลโลก 1970 เป็นครั้งแรกที่เดินทางไปจัดในทวีปอเมริกาเหนือ หลังปล่อยให้ ยุโรป และ อเมริกาใต้ ครองอำนาจอยู่นานหลายสิบปี อีกทั้ง ฟีฟ่า ยังทบทวนโควตาในการผ่านเข้าไปลุยรอบสุดท้ายใหม่ โดยลงมติให้ แอฟริกา และ เอเชีย ได้ตั๋วทวีปละ 1 ใบ อัตโนมัติ

แต่น่าเสียดายที่ เกาหลีเหนือ ซึ่งโชว์ฟอร์มเทพทะลุเข้าถึงรอบควอเตอร์ไฟนอล ในศึกฟุตบอลโลก 1966 ปฏิเสธที่จะลงเตะรอบคัดเลือกหนนี้ เนื่องจากอยู่ร่วมกลุ่มกับ อิสราเอล ที่มีปัญหาขัดแย้งทางการเมืองกันอยู่

กระนั้นดูเหมือนการกระทำของ เกาหลีเหนือ จะเป็นเรื่องที่ถูกต้อง เมื่อความขัดแย้งทางการเมืองที่ตึงเครียดมานานระหว่าง เอล ซัลวาดอร์ กับ ฮอนดูรัส เกิดปะทุขึ้นในเกมตัดสินของรอบคัดเลือก ก่อนจะกลายเป็นสงครามขนาดย่อมที่คร่าชีวิตผู้บริสุทธิ์ไปกว่า 3,000 ราย

ทว่านอกจากเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมืองที่ดึงเอาฟุตบอลเข้าไปมีเอี่ยว รอบคัดเลือกครั้งนี้ก็ไม่ต่างจากครั้งก่อนๆ เมื่อเหล่าชาติมหาอำนาจอย่าง อาร์เจนตินา, ฝรั่งเศส, ฮังการี, โปรตุเกส และ สเปน นัดกันร่วงตกรอบคัดเลือก

ปล่อยให้ เบลเยียม, อุรุกวัย, บราซิล, เปรู, เอล ซัลวาดอร์, สวีเดน, เยอรมันตะวันตก, โมร็อกโก, สหภาพโซเวียต, โรมาเนีย, อิตาลี, เชโกสโลวาเกีย, บัลแกเรีย, อิสราเอล ตามไปสมทบกับเจ้าภาพ เม็กซิโก และแชมป์เก่า อังกฤษ ในรอบสุดท้าย

แล้วศึกฟุตบอลโลก 1970 ก็ได้ฤกษ์อุบัติขึ้นในวันที่ 31 พฤษภาคม โดยเจ้าภาพ เม็กซิโก ใช้ 5 สนามรองรับการแข่งขัน พร้อมเลือก “ฆัวนิโต้” เด็กชายสวมหมวกเม็กซิกัน เป็นมาสค็อตต์ และเป็นครั้งแรกที่มีการถ่ายทอดสดไปทั่วโลกด้วยระบบโทรทัศน์จอสี

ซึ่งแม้เหล่านักเตะจะต้องลงเล่นในสนามที่อยู่เหนือระดับน้ำทะเลหลายพันเมตร ท่ามกลางอากาศอันร้อนระอุ แต่ดีกรีความร้อนแรงหาได้ลดน้อยลงไป เมื่อเหล่าชาติมหาอำนาจล้วนจับมือกันถล่มตาข่ายเป็นว่าเล่น

โดยเฉพาะ บราซิล กับ เยอรมันตะวันตก ที่คว้าแชมป์กลุ่มด้วยชัยชนะ 3 นัดรวด ขณะที่เจ้าภาพ เม็กซิโก, สหภาพโซเวียต, อิตาลี, อุรุกวัย และ เปรู ต่างตบเท้าเข้าสู่รอบควอเตอร์ไฟนอลอย่างพร้อมเพรียง

เช่นเดียวกับแชมป์เก่า อังกฤษ ที่มีปัญหาเล็กน้อยก่อนเริ่มทัวนาเมนต์ เมื่อ บ็อบบี้ มัวร์ กัปตันทีมคนเก่งของพวกเขา ถูกจับกุมตัวหลังโดนกล่าวหาว่าขโมยของจากร้านเพชรพลอยใน โคลอมเบีย และกว่าจะพ้นข้อกล่าวหาก็หลังเสร็จศึกฟุตบอลโลกไปแล้ว 1 สัปดาห์

ส่วนไฮไลท์สำคัญในรอบน็อกเอาท์ ไล่ตั้งแต่รอบควอเตอร์ไฟนอล ที่ อังกฤษ โคจรมาเจอกับคู่ปรับเก่า เยอรมันตะวันตก และรูปเกมเข้าอีหรอบเดิม เมื่อเสมอกันในเวลา 2-2 ต้องต่อเวลาพิเศษออกไปเพื่อหาผู้ชนะ ก่อนที่ แกร์ด มุลเลอร์ จะเป็นฮีโร่ซัดประตูชัยให้ “อินทรีเหล็ก” เขี่ยแชมป์เก่าตกรอบ

ขณะที่รอบรองชนะเลิศเหมือนบอลถูกคู่ เมื่อ บราซิล หนึ่งในเต็งแชมป์ของรายการนี้ โคจรไปพบกับ อุรุกวัย อริร่วมทวีป ก่อนจะเป็นขุนพล “เซเลเซา” ไล่ยิงแซงเอาชนะไป 3-1 ผ่านเข้าไปชิงชนะเลิศกับ อิตาลี ที่เบียดชนะ เยอรมันตะวันตก สุดระทึก

สุดท้ายนัดชิงชนะเลิศ ที่อัซเตก้า มีผู้ชมเข้ามาทะลักความจุ 107,412 คน หวังเข้ามาชมเกมระหว่างสองชาติผู้เคยคว้าแชมป์โลก 2 สมัย โดย บราซิล วาง เปเล่, ริเวลิโน่, ทอสเทา และ แจร์วินโญ่ ล่าตาข่าย ส่วน อิตาลี มี ซานโดร มาซโซล่า, ลุยจิ ริว่า, โรแบร์โต้ โบนินเซญ่า และ จิอาชินโต้ ฟัชเค็ตติ นำทัพ

ผลปรากฏว่า บราซิล ที่เปี่ยมไปด้วยแนวรุกพรสวรรค์สูง ไล่ถล่มเอาชนะ อิตาลี สบายเท้า 4-1 คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 อย่างยิ่งใหญ่ โดยเดินหน้าเก็บชัย 12 นัดรวด ตั้งแต่รอบคัดเลือกจนถึงนัดชิงชนะเลิศ ยิงได้ 42 ประตู และเสียเพียง 8 ลูก

นอกจากนี้ มาริโอ ซากัลโล่ กลายเป็นผู้ชายคนแรกที่คว้าแชมป์โลกได้ทั้งสมัยที่เป็นนักเตะและกุนซือ ขณะที่ เปเล่ ปิดฉากการรับใช้ชาติด้วยแชมป์โลก 3 สมัย พร้อมกับ บราซิล ซึ่งกลายเป็นชาติแรกที่ได้ถ้วย “ฌูลส์ ริเม่ต์” ไปเป็นกรรมสิทธิของตัวเอง

 

สรุปผลฟุตบอลโลก 1970

แชมป์ : บราซิล

รองแชมป์ : อิตาลี

อันดับ 3 : เยอรมันตะวันตก

อันดับ 4 : อุรุกวัย

แฟร์เพลย์ : เปรู

ดาวซัลโว : แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก) 10 ประตู

นักเตะยอดเยี่ยม : เปเล่ (บราซิล)

ดาวรุ่งยอดเยี่ยม : เตโอฟิโล่ คูบิญาส (เปรู)

ยอดผู้ชม : 1,604,065 คน เฉลี่ย 50,127 คนต่อเกม

จำนวนแมตช์ : 32

จำนวนประตู : 95 ประตู เฉลี่ย 2.97 ประตูต่อเกม

 

 

ทีมยอดเยี่ยม

ผู้รักษาประตู : ลาดิสเลา มาซูร์คีวิซ (อุรุกวัย)

กองหลัง : คาร์ลอส อัลแบร์โต้ (บราซิล), อติลิโอ อันเชต้า (อุรุกวัย), ฟรานซ์ เบ็คเค่นเบาเออร์ (เยอรมันตะวันตก), จาคินโต้ ฟัคเค็ตติ (อิตาลี)

กองกลาง : แชร์สัน, ริเวลิโน่ (บราซิล), บ็อบบี้ ชาร์ลตัน (อังกฤษ)

กองหน้า : เปเล่, แจร์ซินโญ่ (บราซิล), แกร์ด มุลเลอร์ (เยอรมันตะวันตก)

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *