ตัดเกรดฟุตบอลโลก 2018 : อังกฤษ

อังกฤษ
มักจะภูมิใจที่ตัวเองได้ชื่อว่าเป็นชาติที่ให้กำเนิดกีฬาฟุตบอลขึ้นบ
นโลกใบนี้
แต่ในความเป็นจริงทุกคนต่างรู้ว่าพวกเขาไม่ใช่ชาติที่เชี่ยวชาญศ
าสตร์การเล่นฟุตบอลมากที่สุด
และไม่เคยเป็นชาติมหาอำนาจในกีฬาชนิดนี้เลย
นับตั้งแต่คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 1966 พัฒนาการของ
อังกฤษ ยิ่งถอยหลังลงคลอง
และนักเตะของพวกเขาก็ไม่เคยเป็นที่ต้องการของตลาดโลก
ไม่ใช่เพราะว่าฝีเท้าไม่ดีจริง
หากแต่สรรพคุณที่อวดอ้างนั้นดีเกินจริงมากกว่า
นั่นจึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่ อังกฤษ
จะโดนปรามาศว่าเป็นหมูสนามจริงอยู่เสมอ
โดยเฉพาะในยุคปัจจุบันที่ พรีเมียร์ลีก
กำลังถอยหลังผู้ดีกำลังหาทำยาได้ยาก ศึกฟุตบอลโลก 2018
จึงเป็นเพียงเวทีที่พวกเขาจะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้ง
มิใช่เต็งแชมป์เหมือนที่ผ่านมา
ก่อนจะถึงรัสเซีย
ในศึกฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป พลพรรค
“สิงโตคำราม” ถูกจับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม เอฟ กับ สโลวะเกีย,
สกอตแลนด์, สโลวีเนีย, ลิธัวเนีย และ มอลตา
ซึ่งถือเป็นงานที่ง่ายของกุนซือ แกเร็ธ เซาธ์เกต
เพราะเกรดบอลดูดีกว่า
สุดท้าย อังกฤษ ก็ฝ่าด่านตีตั๋วไปลุยฟุตบอลโลก 2018
รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย แบบไม่ยากเย็น ด้วยการคว้าชัยชนะ 8 เสมอ
2 และไม่แพ้ใครเลยตลอด 10 เกม
แต่สิ่งที่น่ากังวลคือผลงานยิงประตูแค่ 18 ลูก แม้จะเสียเพียง 3
ประตูก็ตามที
ด้วยแนวทางการเล่นแบบรัดกุมไว้ก่อนของ แกเร็ธ เซาธ์เกต
ทำให้พลพรรค “สิงโตคำราม”

ของเขาได้รับการวางตัวจากบรรดากูรูเป็นแค่ไม้ประดับ
และนั่นทำให้เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ อังกฤษ
ไม่ได้เป็นทีมวางในฟุตบอลโลก
บทสรุปที่รัสเซีย
ศึกฟุตบอลโลก 2018 อังกฤษ จับสลากมาอยู่ร่วมกลุ่ม จี กับ
เบลเยียม, ปานามา และ ตูนิเซีย ซึ่งถือเป็นกลุ่มที่ไม่แข็งมาก
เพราะนอกจาก เบลเยียม แล้ว ตูนิเซีย กับ ปานามา
ชัดเจนว่าไม่ใช่คู่ต่อกรของพวกเขา
สุดท้ายผลการแข่งขันก็เป็นไปตามคาด เมื่อ อังกฤษ
ผ่านเข้ารอบตามหลัง เบลเยียม ในฐานะอันดับ 2 โคจรไปพบกับ
โคลอมเบีย ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย
และเป็นพวกเขาที่ล้างอาถรรพ์เอาชนะจุดโทษได้สำเร็จ
หลังเสมอกันในเวลา 120 นาที 1-1
จากนั้น อังกฤษ ยังท็อปฟอร์ม เมื่อจัดการเขี่ยม้ามืดอย่าง
สวีเดน ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศไปแบบไม่ยากเย็น ด้วยสกอร์ 2-0
แต่สุดท้ายดันไปตกม้าตายแพ้ โครเอเชีย ในช่วงต่อเวลาพิเศษ
ปิดฉากฟุตบอลโลก 2018 ในฐานะอันดับ 4
อนาคตต่อจากนี้
ผลงานการคว้าอันดับ 4 ฟุตบอลโลก 2018
ทำให้ใครหลายคนต้องหันมามอง อังกฤษ ใหม่
รวมถึงแนวทางการเล่นของพวกเขาด้วย
ที่อาจต้องยอมรับความเป็นจริงว่าชื่อชั้นของ “สิงโตคำราม”
ไม่อาจข่มขวัญศัตรูได้เหมือนอดีตแล้ว
ซึ่งที่ แกเร็ธ เซาธ์เกต
กำลังเฝ้ารอคือประสบการณ์ของขุมกำลังชุดนี้
โดยเฉพาะตัวหลักอย่าง แฮร์รี่ เคน, ราฮีม สเตอร์ลิ่ง, เดเล่ อัลลี่,
เอริค ดายเออร์, จอห์น สโตน หรือ จอร์แดน พิคฟอร์ด
ยังมีโอกาสพัฒนาได้อีกมาก
และนั่นอาจหมายถึงอนาคตของอังกฤษเลยทีเดียว

ตัดเกรด : ประสบความสำเร็จ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *